พันธสัญญาใหม่

ภาค พันธสัญญาใหม่ แห่ง พระเยซูคริสต์

U.S. – Thai Relations History

U.S.-THAI RELATION
Commemorating 175 years of U.S.-Thai Friendship

The United States of America was founded by thirteen colonies of Great Britain on July 4, 1776 when they issued their Declaration of Independence from Great Britain.  In 1782 Bangkok was designated as the capital of the Kingdom of Thailand, as the beginning of the Chakri Dynasty of the Rattanakosin Period.  The U.S. has a long history of friendly relations and close cooperation with Thailand, predating even the signing of the Treaty of Amity and Commerce in the year 1833, the first United States treaty signed with an Asian nation. สหรัฐ อเมริกาก่อตั้งโดยอาณานิคมสิบสามแห่งบริเตนใหญ่เมื่อ 4 กรกฎาคม 1776 เมื่อพวกเขาออกมาประกาศอิสรภาพจากบริเตนใหญ่ของพวกเขา ในกรุงเทพฯ 1782 ถูกกำหนดให้เป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรไทยที่เป็นจุดเริ่มต้นของราชวงศ์ จักรีของสมัยรัตนโกสินทร์ สหรัฐอเมริกามีประวัติศาสตร์อันยาวนานของความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรและความ ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับประเทศไทย predating แม้แต่การลงนามในสนธิสัญญามิตรภาพและการค้าในปี 1833 เป็นครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกาลงนามในสนธิสัญญากับประเทศเอเชีย

This year, 2008, marks 175 years of diplomatic relations between the two nations.  Throughout the long history, the people of Thailand and the U.S. share a wide range of interests and values providing a solid foundation for friendship. ในปีนี้ 2008 เครื่องหมาย 175 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศทั้งสอง ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ผู้คนแห่งประเทศไทยและสหรัฐอเมริการ่วมที่ หลากหลายของผลประโยชน์และค่านิยมให้รากฐานที่มั่นคงสำหรับมิตรภาพ

To commemorate the 175 anniversary of U.S.-Thai relations, AmericanThai.net gladly presents a trail of “American-Thai” history in galleries of photos.  (Source: The Eagle and the Elephant, 1982) เพื่อรำลึกถึงการครบรอบปีที่ 175 ของความสัมพันธ์ US-ไทย AmericanThai.net ยินดีนำเสนอเส้นทางของ “อเมริกันไทย” ในประวัติศาสตร์ของแกลเลอรี่ภาพ (ที่มา: อีเกิ้ลและช้าง, 1982)

CHRONOLOGY

The “Siamese Twins” Eng & Chang

The famous “Siamese Twins”, who made the name of Siam familiar to millions around the world, were born in 1811 to a Chinese fisherman and his Thai wife.  The two boys, named Eng and Chang, were joined to each other by a tissue of flesh extending from the chest-bone to the waist.  They settled near Wat Ban Laem in Samut Songkram province. ที่มีชื่อเสียง “แฝดสยาม” ซึ่งทำให้ชื่อของสยามคุ้นเคยกับคนนับล้านทั่วโลกที่กำลังเกิดขึ้นใน 1811 ที่ชาวประมงจีนและภรรยาไทยของเขา เด็กชายทั้งสองชื่ออังกฤษและช้างก็มาสมทบกับแต่ละอื่น ๆ โดยในเนื้อเยื่อของเนื้อยื่นออกมาจากหน้าอกของกระดูกเอว พวกเขาตั้งรกรากอยู่ใกล้วัดบ้านแหลมในจังหวัดสมุทรสงคราม

As children, the twins learned to walk, run, and swim with extraordinary ability.  When their father died in 1819, the twins had to help their mother earn a living.  Five years later, they attracted the attention of an English merchant named Robert Hunter, one of the first foreigners to open a shop in Bangkok.  Hunter pursuaded their mother to allow them to accompany an American sea captain named Abel Coffin on his ship to the United States.  Thus in 1828, at the age of 17, they set sail for America. ในฐานะที่เป็นเด็กฝาแฝดที่เรียนรู้ที่จะเดินวิ่งและว่ายน้ำที่มีความสามารถพิเศษ เมื่อพ่อของเขาเสียชีวิตในปี 1819, ฝาแฝดมีเพื่อช่วยให้แม่ของพวกเขาหาเลี้ยงชีพ ห้าปีต่อมาพวกเขาดึงดูดความสนใจของผู้ประกอบการค้าภาษาอังกฤษที่ชื่อโรเบิร์ตฮันเตอร์หนึ่งของชาวต่างชาติเป็นครั้งแรกในการเปิดร้านในกรุงเทพฯ Hunter pursuaded แม่ของพวกเขาเพื่อให้พวกเขามาพร้อมกับกัปตันเรืออเมริกันที่ชื่อโลง Abel บนเรือของเขาไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา ดังนั้นใน 1828 ตอนอายุ 17 พวกเขาเดินทางไปอเมริกา

Captain Coffin soon began to display the twins in major cities in Europe and America, at considerable profit to himself.  The boys, however, developed a business sense of their own and left Coffin’s custody in 1831, started touring on an independent basis.  They became one of the leading attractions of the era and were naturalized as citizens in 1839, adopting the new name of Bunker. กัปตันโลงศพไม่ช้าก็เริ่มที่จะแสดงฝาแฝดในเมืองใหญ่ ๆ ในยุโรปและอเมริกาที่มีกำไรมากกับตัวเอง เด็กชาย แต่การพัฒนาความรู้สึกทางธุรกิจของตัวเองและการดูแลโลงศพซ้ายใน 1831 เริ่มการเดินทางบนพื้นฐานอิสระ พวกเขากลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของยุคและมีสัญชาติเป็นพลเมืองในปี 1839 ใช้ชื่อใหม่ของบังเกอร์

After eight years of touring in Europe and the United States, the twins were wealthy enough to purchase about 110 acres of property in North Carolina where, in 1839, they built a home.  They married two American sisters, Sarah and Adelaide Yates.  Eng and Sarah had 12 children whereas Chang and Adelaide had 10 offsprings. แจกแปดปีของการท่องเที่ยวในยุโรปและสหรัฐอเมริกาฝาแฝดมีเงินมากพอที่จะซื้อประมาณ 110 ไร่ของสถานที่ให้บริการใน North Carolina ที่ในปี 1839 พวกเขาสร้างบ้าน พวกเขาแต่งงานกับพี่สาวสองคนอเมริกันและนางซาราห์แอดิเยตส์ eng และซาราห์มีเด็ก 12 คนในขณะที่ช้างแอดิเลด 10 มีเลือดเนื้อเชื้อไข

In 1874 Chang contracted pneumonia and died.  Two and a half hours later, before the doctor arrived, Eng also died.  The twins were buried in the White Plains Babtist Church cemetery, south of Mount Airy, North Carolina. ใน 1874 ช้างปอดบวมและเสียชีวิต สองและครึ่งชั่วโมงต่อมาก่อนที่จะพบแพทย์มา Eng ก็เสียชีวิต ฝาแฝดที่ถูกฝังอยู่ในไวท์เพลนส์ Babtist โบสถ์สุสานใต้ของ Mount Airy, นอร์ทแคโรไลนา

His Majesty King Nang Kloa (King Rama III) came to the throne in 1824.  During his reign (1824-1851), the first treaty between Thailand and the United States was signed in 1833.  President Andrew Jackson was the president of the United States and Edmund Roberts was the first American envoy to Siam.

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 3 แห่งราชวงศ์จักรี ขึ้นครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 2367 – 2394 ในรัชกาลนี้เอง ประธานาธิบดีแอนดรู แจ็คสัน แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ส่ง เอ็ดมันด์ รอเบิตส์ เป็นทูตมาทำสนธิสัญญาทางไมตรีและพาณิชย์ครั้งแรกกับไทย

June 1831

First American missionary, David Abeel, arrives in Thailand.

March 20, 1833

First Thai-American Treaty, Treaty of Amity and Commerce,

signed in Bangkok.

Andrew Jackson, the 7th President of the U.S. (1829-1837), sent a gold sword with a design of an elephant and an eagle chased on a gold handle to King Nang Klao (Rama III) through Edmund Roberts, the AMerican envoy who negotiated the first treaty with Thailand in 1833.

แอนดรู แจ็กสัน ประธานาธิบดีคนที่ 7 ของสหรัฐอเมริกา อยู่ในตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. 2372-2380 แจ็กสันเป็นผู้ที่ส่ง เอ็ดมันด์ รอเบิตส์ ทูตอเมริกันคนแรกมาติดต่อ ทำสนธิสัญญากับไทยเมื่อ พ.ศ. 2376 พร้อมกับส่งพระแสงกระบี่ฝักและด้ามทองคำ มีรูปช้างและอินทรีย์คู่กัน มาถวายเป็นบรรณาการแด่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วย

“Eagle and Elephant” sword presented by Edmund Roberts in 1833 to King Rama III as a gift from President Andrew Jackson.

ดาบฝักและด้ามทองคำ สลักรูปช้างและนกอินทรี ที่ประธานาธิบดี แอนดรู แจ็กสัน มอบให้นายเอ็ดมันด์ รอเบิตส์ นำมาถวายพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2376

July 4, 1844

Bangkok Recorder, the First Thai newspaper, published by D.B. Bradley.

Pioneer American missionary, Dr. Dan Beach

Bradley.  Arriving in Thailand in 1835,

Dr. Bradley devoted the next 38 years to

medicine, writing, printing and preaching for

the welfare of the Siamese.

หมอแดน บีช บรัดเลย์ ผู้บุกเบิกคนหนึ่งของคณะ

มิชชั่นนารีอเมริกันในเมืองไทย มาถึงเมืองไทย

เมื่อปี พ.ศ. 2378 ได้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทยถึง

38 ปี โดยอุทิศตนให้กับการทำงานเพื่อสาธารณ

ประโยชน์ของคนไทยทั้งในด้านการแพทย์ การ

เขียน การพิมพ์ และการสอนศาสนา

Townsend Harris, the second American envoy, who negotiated the treaty between Siam and the United States during King Mongkut’s reign in 1856.

ทาวน์เซนด์ แฮริส ทูตอเมริกันคนที่สอง ผู้ได้เข้ามาทำสนธิสัญญากับรัฐบาลไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ. 2399

May 29, 1856

Harris Treaty signed.

H.M. King Mongkut sent this photograph of himself and Queen Debsirin to President Franklin Pierce in 1856.

พระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพ

ศิรินทราบรมราชินี ที่ทรงส่งไปพระราชทาน ประธานาธิบดี แฟรงกลิน เพียซ เมื่อ พ.ศ. 2399

Abraham Lincoln, the 16th President of the United States (1861-1865), corresponded with H.M. King Mongkut in 1863 about the King’s offer to send Thai elephants to America.

อับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐอเมริกา อยู่ในตำแหน่งระหว่าง

พ.ศ. 2404-2408 ประธานาธิบดีผู้ตอบพระราชสาส์น ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่รับช้างที่จะพระราชทานให้อเมริกา

In this idealized engraving H.M. King Chulalongkorn greets the former president, Ulysses S. Grant.

ภาพวาดพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงต้อนรับอดีตประธานาธิบดี นายพลยูลิสซิส เอส. แกรนต์

H.M. King Chulalongkorn was the fifth King of the Chakri Dynasty.  King Chulalongkorn was the first son of King Mongkut and Queen Debsirin, and ascended the throne from 1868-1910.  During his reign major reforms in government, economics, education and foreign policy were implemented.  He was the first Thai monarch to employ an American as general advisor.

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระมหากษัตริย์องค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี

เป็นพระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี เสวยราชสมบัติ พ.ศ. 2411-2453 รัชสมัยของพระองค์เป็นสมัยที่เมืองไทยเริ่มมีการปฏิรูป และพัฒนาทั้งในด้านการปกครอง การศึกษา และนโยบายต่างประเทศ พระองค์เป็นกษัตริย์พระองค์แรกที่ทรงว่าจ้างคนอเมริกันเป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน

Jens I. Westengard, American General Adviser to the Royal Thai Government from 1908-1915.  H.M. King Vajiravugh gave Westengard the title, “Phraya Kalaya Maitree” in 1911.

เจนส์ ไอ. เวสเตนการ์ด ที่ปรึกษาราชการแผ่นดินตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อยู่ในตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. 2450-2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เป็นพระยากัลยาณไมตรี เมื่อ

พ.ศ. 2454

H.M. King Vajiravudh (1881-1925), son of H.M. King Chulalongkorn, was the first Thai monarch to study aboard.  As a Crown Prince he visited the United States in 1902 during the Presidency of Theodore Roosevelt.

พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ. 2423-2468) พระมหากษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งราชวงศ์จักรี พระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่ทรงได้รับการศึกษามาจากต่างประเทศ คือประเทศอังกฤษ ก่อนเสด็จกลับเมืองไทยได้เด็จไปเยือนสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2445 สมัยที่ ธีโอดอร์ โรสเวลท์ เป็นประธานาธิบดี

Birth certificate of Prince Bhumibol Adulyadej from the office of the City Clerk, Cambridge, Massachusetts, December 5, 1927.

พระราชประสูติบัตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ออก ณ แผนกทะเบียน เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470

Prince Mahidol Songkla, one of the founders of modern Thai medical education, graduated from Harvard University medical school in 1928 and was elected to Phi Bata Kappa, the leading honorary scholastic fraternity in the united States.

สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ ทรงเป็นผู้หนึ่งในคณะผู้บุกเบิกวิชาการแพทย์สมัยใหม่ของประเทศ ทรงได้รับปริญญาแพทยศาสตร์จากโรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด เมื่อปี พ.ศ. 2471 และทรงได้รับการเสนอพระนามให้เป็นสมาชิกสโมสร ฟี เบต้า แคปป้า อันเป็นสโมสรทางวิชาการอันทรงเกียรติสูงสุดในสหรัฐอเมริกา

A diamond inlaid miniature portrait of King Prajadhipok presented to President Herbert Hoover just after he became President in March 1930.  The next spring the King and Queen Rambhai Barni visited the U.S., where the King underwent eye surgery.

พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวในกรอบทองฝังเพชร พระราชทานไปยัง เฮอเบิร์ต ฮูเวอร์ เมื่อได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีใหม่ๆ ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2472 และในฤดูใบไม้ผลิปีต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีก็ได้เสด็จสหรัฐอเมริกาเพื่อทรงผ่าตัดพระเนตร

King Rama VII and his Queen arrive at Union Railway Station, Washington, D.C. in 1931, where they are welcomed by American officials, including Vice President Charles Curtis (second from right) and Secretary of State Henry L. Stimson (left).

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ขณะเสด็จถึงสถานียูเนียน กรุงวอชิงตัน มีข้าราชการอเมริกันมาเฝ้ารับเสด็จ รวมทั้งนายชาร์ล เคอร์ติส รองประธานาธิบดี (ที่สองจากขวา) และ เฮนรี่ แอล สติมสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ (ซ้ายสุด)

December 7, 1941

December 8, 1941

Japan attacked Pearl Harbor and declared war on the U.S. and

Britain.

Japan troops occupy Thailand.

January 1942

The Government of Prime Minister Marshal Pibulsonggram

declares war on the United States.  The Thai ministers in

Washington, M.R. Seni Pramoj, announces that his legation

is independent of the Pibul government.  The United States

refuses to recognize the declaration of war.

August 14, 1945

August 21, 1945

Japan surrenders.

US Secretary of State James Byrnes announces acceptance of

Thailand Peace Proclamation.

December 15, 1946

The U.N. General Assembly accepts Thailand as a new member

of the United Nations.

1948

Jim Thompson founds the Thai Silk Company.

July 1, 1950

Thai-U.S. Educational and Cultural Exchange Agreement signed.

September 19, 1950

The Economic and Technical Cooperation Agreement signed by

Thai and U.S. representatives.

October 1950

Thai-U.S. Military Assistance Agreement signed.

President Dwight D. Eisenhower greets Their Majesties King Bhumibol Adulyadej and Queen Sirikit on their arrival in Washington, D.C. at the start of a 1960 state visit.

ประธานาธิบดีไอเซนเฮาร์ เฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ณ ท่าอากาศยานกรุงวอชิงตัน ดี ซี เมื่อ พ.ศ. 2503

His Majesty King Bhumibol Adulyadej addresses a joint session of the U.S. Congress on June 29, 1960.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานกระแสพระราชดำรัสในรัฐสภาคองเกรส ของสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2503

His Majesty King Bhumibol presents the most Illustrious Order of the Royal House of Chakri to President Eisenhower on Their Majesties’ arrival at the President’s Guest House across from the White House.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มหาจักรีบรมราชวงศ์ แก่ประธานาธิบดี ไอเซนเฮาร์

Their Majesties the King and Queen of Thailand with President and Mrs. Eisenhower at the White House dinner on the evening of the Royal couple’s arrival in Washington, D.C.

ล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ ทรงประทับให้ฉายพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมกับท่านประธานาธิบดีไอเซนเฮาร์และภริยา ในวันที่ทางการสหรัฐฯ ถวายพระกระยาหารค่ำ ณ ทำเนียบไวท์เฮาส์

January 1962

First Peace Corps Volunteers arrive in Thailand.

For more than four decades, the small North

eastern Thai village of Ban Chiang has been

recognized internationally as one of the outstanding archaeological sites in the world,

with discoveries made there altering the

understanding of the history of Asian

civilization.  The development of prehistoric

studies in Thailand, including the discovery

of Ban Chiang’s treasures, has involved a

number of American specialists and research

institutions.  Work carried out starting in 1963 on a burial ground revealed a knowledge of

smelting bronze some 1,000 years before

China reached a similar stage of civilization

and more than 100 years before the Harappa

culture in India began producing bronze.

ในระยะกว่า 40 ปีมานี้ “บ้านเชียง” หมู่บ้านแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ได้เป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลกในฐานะที่เป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญแห่งหนึ่งของโลก และผู้ที่มีส่วนในความสำเร็จของการค้นพบความสำคัญของบ้านเชียงนั้น ได้มีผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีชาวอเมริกันและสถาบันของสหรัฐอเมริการวมอยู่ด้วย โดยกรมศิลปากรของไทยได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยฮาวาย ได้เริ่มงานสำรวจทางโบราณคดีในบริเวณ “บ้านเชียง” ในปี พ.ศ. 2506 ซึ่งนับเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญแห่งหนึ่งของโลก และพบว่าวัฒนธรรมเก่าแก่ในด้านเครื่องโลหะ และเครื่องปั้นดินเผา ที่แห่งนี้และแหล่งอื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยนั้นเจริญก้าวหน้ายิ่งกว่าอารยธรรมของจีนและอินเดียในสมัยเดียวกัน

1964

U.S. Aircraft and 6,300 military men are first based in Thailand.

Their Majesties King Bhumibol and Queen Sirikit with President and Mrs. Lyndon B. Johnson on the reviewing platform at the White House during Their Majesties’ second visit to the U.S. in June 1967.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเยือนสหรัฐอเมริกาครั้งที่ 2 สมัยที่ประธานาธิบดี ลินดอน บี. จอห์นสัน ในเดือนมิถุนายน 2510

President George Bush and Prime Minister General Chartchai Choonhavan at the White House in 1990.

Royal Thai Air Force cadet Chakkrit Dhammawichai received a grant to study at the U.S. Air Force academy in Colorado between 1991 – 1994.  He graduate with the best academic record in his class of over 1,000 students, and won “The best Air Force Cadet of the Year Award” for the 1993-1994 academic year.  He was the first foreign student ever to receive the award.

(Source: เสรีภาพ ฉบับที่ 3/2537, หน้า 26)

On the occasion of his state visit to Thailand as a royal guest of Their Majesties the King and Queen of Thailand, President William Jefferson Clinton of the United States of America, accompanied by his wife Mrs. Hillary Clinton, visit Chulalongkorn University on November 26, 1996 where he is awarded the Degree of Doctor of Economics honoris causa. Pictures and images of the President wearing his Chulalongkorn University gown appear in Time and Newsweek magazines and on international television.

(Source: Chulalongkorn University)

Prime Minister Chuan Likphai (center) hosts a dinner welcoming Secretary of Defense William S. Cohen (left) to the Kingdom of Thailand on September 18, 2000.  U.S. Ambassador to Thailand Richard Hecklinger (right) joined Likphai and Cohen as they discussed issues of interest to both nations. DoD photograph by Helene C. Stikkel. (Released).

COBRA GOLD is an annual joint/combined multilateral exercise to improve readiness and interoperability between participating forces. Here, the five-nation color guard posts their colors during the opening ceremony for COBRA GOLD 2004 in Korat, Thailand. Photo by SSgt. JoAnn S. Makinano, USAF

Soldiers with 2nd Battalion, 156th Infantry Regiment, Loiusiana National Guard, learns some Muay Thai tricks from their Royal Thai Army counterparts during the Cobra Gold 2008 in Camp Friendship, Korat.

Note:

  • The Foundation of American-Thai relations: 1833-1880

  • Era of Engagement Begins: 1881-1945 (Siam changed the name to Thailand in 1939.)

  • Post World War II Relations : 1946-1975

  • Expanding Cooperation: 1976-Present

Categories: พันธสัญญาใหม่

President Eisenhower and King Bhumibol

King Bhumibol with President Eisenhower

King Bhumibol with President Eisenhower

Categories: พันธสัญญาใหม่

Blog at WordPress.com.